HIGHLIGHTS
- สรุปรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 ที่จำเป็นสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมเทคนิคการวางแผนภาษีจากประสบการณ์จริงของพรี่หนอมที่อยากแชร์ให้อ่านกัน
- เข้าใจความหมายของรายการลดหย่อนแต่ละตัว วิธีการคำนวณภาษี และ แนวคิดในการวางแผนจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- สำหรับรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 นี้ พรี่หนอมแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา ตั้งแต่ ภาระติดตัวคุณ กระตุ้นเศรษฐกิจ ประกันชีวิตและการลงทุน บริจาคให้เงินหมุนสู่สังคม บ่มอยู่จ้า และ ยกมาจากปีก่อน โดยแต่ละกลุ่มนั้นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละคนควรเลือกใช้ตามเป้าหมายในการวางแผนภาษีของแต่ละคน

สวัสดีครับ พรี่หนอม TAXBugnoms พร้อมรายงานตัวกับหัวข้อที่ทุกคนต้องอ่านสำหรับปี 2561 นี้ครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องการวางแผนและจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะบทความนี้คือ สรุปรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 ทั้งหมด ทั้งที่ออกเป็นกฎหมายแล้ว และยังไม่ออกเป็นกฎหมายเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมในการวางแผนภาษีประจำปีนี้ครับ
และที่พิเศษกว่านั้นคือ บทความนี้จะถูกอัพเดทตลอดทั้งปีครับ ตั้งแต่หมดเขตยื่นภาษีปี 2560 ไปจนถึงสิ้นปี 2561 กันเลยทีเดียว รับรองว่าถ้ามีค่าลดหย่อนใหม่ๆ หรือตัวไหนประกาศอัพเดทมา บอกเลยว่าอ่านบทความนี้บทความเดียวพอครับผม
อ้อ!! ลืมบอกไปครับ ถ้าใครใช้ Line อย่าลืมเพิ่มพรี่หนอมเป็นเพื่อนที่ @TAXBugnoms หรือคลิกที่นี่ https://line.me/ti/p/@taxbugnoms เพื่อจะได้รับแจ้งการอัพเดทรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 ก่อนใครครับผม
ก่อนอื่นขอเริ่มต้นจากตารางสรุป รายการลดหย่อนภาษีปี 2561 เป็นลำดับแรกครับ โดยในปีนี้พรี่หนอมแบ่งรายการค่าลดหย่อนภาษีออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาระติดตัวคุณกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกันชีวิตและการลงทุน บริจาคให้เงินหมุนสู่สังคม บ่มอยู่จ้า (กลุ่มนี้คือรอออกเป็นกฎหมาย แต่ครม.อนุมัติแล้วครับ) และ ยกมาจากปีก่อน (ปีนี้ไม่มีสิทธิ เพราะหมดเขตไปแล้ว เป็นการใช้สิทธิลดหย่อนต่อเนื่องจากค่าลดหย่อนเดิม) เพื่อให้เห็นภาพชัดๆกันไป โดยสรุปออกมาเป็นรูปด้านล่างนี้ครับผม
หลังจากที่ดูรูปกันไปแล้ว ถ้ายังไม่จุใจ อยากรู้ว่า รายการลดหย่อนปี 2561 นั้น มีเงื่อนไขและรายละเอียดยังไงบ้าง พรี่หนอมขออนุญาตอธิบายถึงความหมายของค่าลดหย่อนเป็นอันดับแรกก่อนครับ
ความหมายของ “ค่าลดหย่อน” หรือ "ค่าลดหย่อนภาษี" มันคือ “รายการที่กฎหมายกำหนดไว้ให้นำไปหักออกจากเงินได้เพิ่มขึ้นหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว” ซึ่งมาจากวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังนี้ครับ
(รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี

ตรงนี้คือรายได้ 8 ประเภท (หรือเงินได้พึงประเมินตามที่กฎหมายเรียกกัน) โดยพรี่หนอมแยกออกมาเป็นแต่ละประเภทและแบ่งกลุ่มตามวิธีการได้มาของรายได้ครับ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะหักค่าใช้จ่ายได้แตกต่างกันไปอย่างที่ว่ามานั่นแหละครับ (ขออนุญาตไม่อธิบายลงลึกในเรื่องนี้นะครับ แต่จะเขียนบทความอธิบายละเอียดอีกทีหนึ่งครับ)

ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากเงินเดือน จะถือเป็นรายได้ประเภทที่ 1 ตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมาเท่านั้นในอัตรา 50% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทครับ
ดังนั้น ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากเงินเดือนปีละ 660,000 บาท เราก็จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท เหลือ 560,000 บาท และเราไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลยนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ก็จะทำให้เราเหลือเงินได้สุทธิที่ต้องมาคูณกับอัตราภาษี คือ 500,000 บาท นั่นเองครับ

จากตารางอัตราภาษีที่ว่านี้ เงินได้สุทธิ 500,000 บาทคำนวณออกมาจะทำให้เสียภาษีอยู่ที่ 27,500 บาทครับ ซึ่งถ้าหากเราอยากเสียภาษีน้อยกว่านี้ สิ่งที่เราต้องทำคือการหาค่าลดหย่อนที่จะมาช่วยลดเงินได้สุทธิ 500,000 บาทลงไปให้มากที่สุดนั่นเอง
นั่นแปลว่า การมีค่าลดหย่อนภาษีที่มากขึ้นจะทำให้เสียภาษีน้อยลง เพราะมันทำให้เงินได้สุทธิน้อยลงนั่นเองครับ แต่ไม่ได้แปลว่าการลดหย่อนภาษีจะประหยัดภาษีได้เต็มจำนวนที่เราจ่ายไปนะครับ อย่างเช่นกรณีตัวอย่างนี้ ถ้าหากวางแผนซื้อ LTF เพิ่มอีก 10,000 บาทก็จะทำให้เสียภาษีลดลงไปจำนวน 1,000 บาท เพราะฐานภาษีมันอยู่ที่ 10% นั่นคือทุกๆ เงินค่าลดหย่อนที่จ่ายออกไป จะทำให้ประหยัดภาษีได้ 10% เท่านั้นครับ
เอาล่ะครับ ทีนี้เรามาดูรายละเอียดของรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 แต่ละกลุ่มกันเลยดีกว่าครับ ว่าแต่ละตัวมีเงื่อนไขอะไรยังไงบ้างเริ่มจากกลุ่มแรกคือ กลุ่มรายการค่าลดหย่อนภาระติดตัวคุณ
ค่าลดหย่อนกลุ่มภาระติดตัวคุณ

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวจำนวน 60,000 บาท เป็นค่าลดหย่อนสำหรับคนมีเงินได้ทุกคนที่ยื่นแบบแสดงรายการ แค่เพียงเรายื่นแบบแสดงรายการก็สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนนี้ได้เลยครับ
2. ค่าลดหย่อนคู่สมรสจำนวน 60,000 บาท เป็นค่าลดหย่อนของคู่สมรส (ตามกฎหมาย) กรณีที่คู่สมรส (สามีหรือภรรยา) ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้และเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกันในการคำนวณภาษี เราจะได้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนเพิ่มเติมจากส่วนนี้ทันทีครับ
3. ค่าลดหย่อนบุตรจำนวน 30,000 บาท โดยคำว่า “บุตร” หมายถึง บุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท ซึ่งในกรณีที่เป็นบุตรโดยกฎหมายสามารถหักได้ไม่จำกัดจำนวนคน แต่ในกรณีที่เป็นบุตรบุญธรรม หรือ มีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรชอบด้วยกฎหมายจะหักได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน (นับเฉพาะที่มีชีวิตอยู่) โดยมีเงื่อนไขดังนี้ครับ
- บุตรต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี
- ถ้าอายุอยู่ในระหว่าง 21-25 ปี ต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ขึ้นไป
- บุตรต้องมีเงินได้ในปีไม่เกิน 30,000 บาท (ยกเว้นกรณีเงินปันผล)
- ต้องจ่ายเป็น "ค่าฝากครรภ์" และ "ค่าคลอดบุตร"
- จำนวนเงินสูงสุดต่อปี คือ 60,000 บาท
- ถ้าจ่ายสำหรับการคลอดบุตรคนเดิม แต่จ่ายมากกว่า 1 ปี (ท้องปีนี้ คลอดปีหน้า) ให้ลดหย่อนตามปีที่ใช้ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท
- ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป
แต่มีเงื่อนไขนิดนึงในกรณีของพ่อแม่ของคู่สมรสที่จะนำมาลดหย่อนนั้น เราจะสามารถนำมาลดหย่อนได้ใน กรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้เท่านั้นนะครับ
สำหรับเรื่องเอกสารหลักฐานนั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือรับรอง (แบบ ลย.03) ว่าลูกคนไหนเป็นคนเลี้ยงดู และสิทธิในการเลี้ยงดูนั้นจะสามารถใช้สิทธิได้เพียงครั้งเดียวครับ เช่น พี่น้องสองคน คนโตใช้สิทธิลดหย่อนเลี้ยงดูพ่อ คนเล็กก็ไม่สามารถใช้สิทธิเลี้ยงดูพ่อแล้วครับ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะแม่ หรือถ้าคนโตใช้สิทธิทั้งคุณพ่อคุณแม่ ลูกคนเล็กก็ไม่มีสิทธิแล้วครับ
6. ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ จำนวน 60,000 บาท ถ้าหากเราเป็นผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือคนทุพพลภาพที่มีใบรับรองแพทย์ เราสามารถนำมาหักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่นำมาลดหย่อนนั้นต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีด้วยนะครับ
และในกรณีที่คนพิการหรือคนทุพพลภาพเป็น พ่อแม่ – บุตร – คู่สมรส ของเรา เราสามารถใช้สิทธิได้ทั้งสองส่วนครับ เช่น คู่สมรสไม่มีรายได้และพิการ ก็จะสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 120,000 บาทครับ (มาจาก 60,000 + 60,000 บาท)
ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับรายการลดหย่อนภาษีปี 2561 กลุ่มต่อมา คือ กระตุ้นเศรษฐกิจ ในกลุ่มนี้จะเป็นค่าลดหย่อนที่ให้เพิ่มสำหรับกรณีที่มีการจ่ายเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจบางอย่างหรือเป็นมาตรการของรัฐที่อยากกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายมากขึ้นครับ ซึ่งในกลุ่มนี้มีรายการค่าลดหย่อนดังต่อไปนี้ครับ
1. ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวน 100,000 บาท ที่เราจ่ายไปเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่ออยู่อาศัย โดยสามารถหักได้ตามที่จ่ายไปจริง และในกรณีที่เป็นการกู้ร่วมกันหลายคน ให้แบ่งดอกเบี้ยคนละเท่าๆกัน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ยกตัวอย่างเช่น หากมีการกู้ร่วมกัน 2 คน จะถือว่าดอกเบี้ยที่สามารถใช้สิทธิได้คือ 100,000 และแต่ละคนจะใช้สิทธิหักลดหย่อนได้สูงสุดคนละ 50,000 บาทครับ
อย่าลืมนะครับว่า!! การใช้สิทธิสำหรับกรณีนี้จะบ้านกี่หลังก็ได้ครับ แต่สูงสุดรวมกันแล้วจำนวนเงินต้องไม่เกิน 100,000 บาทครับ ผมใช้สรุปง่ายๆว่า มองภาพรวมต่อบ้าน แล้วค่อยหารต่อคนครับ นั่นคือ บ้าน 1 หลังใช้สิทธิ์ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตัวนี้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท และคน 1 คนก็ใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 100,000 บาทเช่นเดียวกันครับ
2. ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้เพิ่มสำหรับกรณีคนทำธุรกิจที่มีการจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตครับ ตั้งแต่ช่วง 1 พ.ย. 2559 - 31 ธ.ค. 2564 ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ประเภทที่ 5-8 นะครับ (ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา และ ธุรกิจอื่นๆ) จำนวนไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ไปครับ
3. ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวไทย (55 จังหวัดเมืองรอง) ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวน 15,000 บาท สำหรับค่าลดหย่อนตัวนี้เป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งลดได้เฉพาะส่วนที่เป็นค่าทัวร์ ค่าที่พัก เหมือนเดิมกับกฎหมายเก่า เพิ่มเติมขึ้นมาอยู่ 2 เรื่องครับ นั่นคือ สามารถใช้จ่ายเป็นค่าที่พักกับโฮมสเตย์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวด้วยครับ กับเงื่อนไขคือไม่ครบทั่วไทย ได้แค่กลุ่มเมืองรอง 55 จังหวัดเท่านั้นจ้า
สำหรับคนที่สงสัยว่า 55 จังหวัดเมืองรองคืออะไรบ้าง อ่านกันให้ดีครับผม นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม อุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ ชัยน่าน น่าน อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี
4. เงินลงทุนในธุรกิจ Startup 100,000 บาท สำหรับตัวนี้เป็นการสนับสนุนเพ่ิมเติมสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังฮอตฮิตครับ ซึ่งคำว่า ธุรกิจ Startup ที่ว่านี้ หมายถึง
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้ง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งมีทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ตลอดช่วงเวลาที่เราลงทุนในธุรกิจนั้น
- ประกอบธุรกิจอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของ สวทช. และผ่านการรับรองจากทาง สวทช. เป็นที่เรียบ
สรุปครบ! รายการลดหย่อนภาษีปี 2561
Reviewed by KornSim
on
กรกฎาคม 20, 2561
Rating:



ไม่มีความคิดเห็น: